วัคซีนจำเป็นต่อเด็กอย่างไร วัคซีนที่เด็กควรได้รับตามช่วงอายุ มีอะไรบ้าง
การวางแผนชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยย่อมรวมถึงการสร้างเกราะป้องกันโรคร้ายแรง และวัคซีนเด็ก ก็คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรง การฉีดวัคซีนตามกำหนดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคติดต่อที่อันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาเช็กว่าวัคซีนที่เด็กควรได้รับตามช่วงอายุมีอะไรบ้าง
เช็กลิสต์วัคซีนที่เด็กควรได้รับตามช่วงอายุ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การติดตามตารางวัคซีนเด็ก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์จะช่วยลดโอกาสป่วยเป็นโรคติดต่อได้อย่างมาก มาดูกันว่าในแต่ละช่วงอายุ ลูกน้อยของคุณต้องฉีดวัคซีนที่เด็กควรได้รับอะไรบ้าง
เด็กแรกเกิด
ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันแรกให้กับลูกน้อย ก่อนออกจากโรงพยาบาลควรได้รับวัคซีนที่เด็กควรได้รับ 2 ชนิด
- วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG)
- วัคซีนโรคตับอักเสบบี (HB1) เข็มแรก ควรฉีดภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด
1 เดือน
ในช่วง 1 เดือนหลังคลอด วัคซีนเด็กที่จำเป็นสำหรับช่วงนี้คือการให้วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีเข็มที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารกที่มารดาเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ควรมาให้วัคซีนตามนัดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์
- วัคซีนโรคตับอักเสบบี (HB2)
2 เดือน

ช่วง 2 เดือนเป็นช่วงที่ลูกน้อยเริ่มได้รับวัคซีนเด็กพื้นฐานหลายชนิดเพื่อป้องกันโรคร้ายที่พบบ่อย การฉีดวัคซีนในระยะนี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคอย่างครอบคลุม
- วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib1) ครั้งที่ 1
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV1) ครั้งที่ 1
- วัคซีนเสริมโรต้าป้องกันอุจจาระร่วง (Rota1) ครั้งที่ 1
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคปอดบวม IPD ครั้งที่ 1
4 เดือน
เมื่ออายุครบ 4 เดือน จะเป็นการฉีดวัคซีนเด็ก เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องจากครั้งที่ 2 เดือน และเพิ่มวัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดฉีด
- วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib2) ครั้งที่ 2
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV2) ครั้งที่ 2
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดฉีด (IPV) 1 เข็ม
- วัคซีนเสริมโรต้าป้องกันอุจจาระร่วง (Rota2) ครั้งที่ 2
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคปอดบวม IPD ครั้งที่ 2
6 เดือน
เป็นช่วงที่วัคซีนเด็กพื้นฐานจะถูกให้ครบโดสหลักเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว และเริ่มการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับบางราย
- วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib3) ครั้งที่ 3
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV3) ครั้งที่ 3
- วัคซีนเสริมโรต้าป้องกันอุจจาระร่วง (Rota3) ครั้งที่ 3 (สำหรับวัคซีนบางชนิด)
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ครั้งที่ 1 (กรณีฉีดครั้งแรก ต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคปอดบวม IPD ครั้งที่ 3
9 เดือน
วัคซีนที่เด็กควรได้รับในช่วง 9 เดือนคือการเริ่มป้องกันโรคที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มแรกของกลุ่มโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน
- วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR1) ครั้งที่ 1 (หากเลยกำหนดให้รีบฉีดโดยเร็วที่สุด)
12-15 เดือน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ตารางวัคซีนเด็กมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเริ่มป้องกันโรคที่พบในวัยหัดเดิน ซึ่งเป็นวัคซีนกลุ่มเสริมหลายชนิด
- วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE1) ครั้งที่ 1
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคปอดบวม IPD กระตุ้นครั้งสุดท้าย
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคอีสุกอีใส (VZV1) ครั้งที่ 1
- วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV1) ครั้งที่ 1
1 ปีครึ่ง
วัคซีนที่เด็กควรได้รับในช่วงอายุ 1 ปีครึ่ง เป็นการฉีดกระตุ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันที่เคยได้รับมาในช่วงทารก
- วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP4) ครั้งที่ 4
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV4) ครั้งที่ 4
1 ปีครึ่ง-2 ปี
ในช่วงอายุนี้ วัคซีนเด็กที่จำเป็นคือการให้วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีเข็มที่ 2 และวัคซีนตับอักเสบเอเข็มที่ 2 เพื่อให้ภูมิคุ้มกันโรคดังกล่าวครบโดส
- วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE2) ครั้งที่ 2
- วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV2) ครั้งที่ 2
2 ปีครึ่ง
ในช่วง 2 ปีครึ่งเป็นการฉีดวัคซีนที่เด็กควรได้รับ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันโรคหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และอีสุกอีใสให้สมบูรณ์
- วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR2) ครั้งที่ 2
- วัคซีนเสริมป้องกันโรคอีสุกอีใส (VZV2) ครั้งที่ 2
อายุ 4-6 ปี
ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยเรียนเต็มตัว วัคซีนเด็กที่จำเป็นคือการฉีดกระตุ้นครั้งสุดท้ายของวัคซีนพื้นฐานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเชื้อโรคในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ
- วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP5) ครั้งที่ 5
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV5) ครั้งที่ 5
11 ปี หรือ ป.5
ในช่วงวัยประถมปลาย การป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยวัคซีนที่เด็กควรได้รับ ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กผู้หญิง (รวมถึงเด็กผู้ชายด้วยในบางกรณี)
- วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี (HPV) จำนวน 2 เข็ม โดยฉีดห่างกันอย่างน้อย 6-12 เดือน
12 ปี หรือ ป.6
เมื่อเข้าสู่ช่วงประถมปีสุดท้าย การฉีดวัคซีนเด็กเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคคอตีบและบาดทะยักอีกครั้งจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันคงอยู่ได้อย่างยาวนาน
- วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก (Td)
วัคซีนเสริมอื่นๆ
นอกจาก วัคซีนที่เด็กควรได้รับตามเกณฑ์พื้นฐานแล้ว ยังมีวัคซีนเสริมที่แพทย์แนะนำให้ฉีดเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มเกราะป้องกันโรคที่อาจพบได้ทั่วไปตามช่วงอายุและสภาพแวดล้อม
- วัคซีนมือเท้าปาก (EV71): สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ควรฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัส 71
- วัคซีนไข้เลือดออก (DEN): สำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป ควรฉีด 2 หรือ 3 เข็ม ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน โดยมีระยะห่าง 6 เดือน
- วัคซีนพิษสุนัขบ้าก่อนสัมผัสโรค: สามารถฉีดได้ทุกช่วงอายุ จำนวน 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 7 วัน (วันที่ 0, 7) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรคสูง
สรุปบทความ
การฉีดวัคซีนเด็กให้ครบตามเกณฑ์คือรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีของลูกรัก การวางแผนวัคซีนที่เด็กควรได้รับอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างปลอดภัย หากมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการรับบริการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพ สามารถปรึกษากุมารแพทย์และใช้บริการได้ที่ คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ @พาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งมีบริการฉีดวัคซีนและบริการด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมดูแลทุกคนในครอบครัวอย่างครบวงจรที่ Paradise Park ศรีนครินทร์
PARADISE PARK (ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค) ศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ที่เน้นย้ำเรื่องของ Health & Wellness ภายใต้คอนเซ็ปต์อย่าง "LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี" เป็นศูนย์รวมความสุข ความสนุกให้กับทุก Generation ตอบโจทย์ทั้งสายกิน สายเที่ยว สายช้อป และสายสุขภาพ ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออกที่ 2 นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถมากมายไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
เมื่อคุณพาเจ้าตัวเล็กมาฉีดวัคซีนเด็ก หรือใช้บริการด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่ Paradise Park แล้ว ที่นี่ยังมีร้านค้า และร้านอาหารอีกมากมายที่เราอยากแนะนำให้คุณมาเยี่ยมชมด้วยตัวเอง โดยสามารถดูข้อมูลร้านค้าเพิ่มเติมได้ที่ Directory นอกจากนี้ยังสามารถติดตามอัปเดตข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา อาทิ
- TikTok
- X
- YouTube
- LINE OA @paradisepark_th
- ติดต่อสอบถาม MBK Contact Center โทร 1285
ดูแลสุขภาพลูกน้อย พร้อมเติมสุขกันแบบต่อที่ 2 ด้วยการสะสมคะแนนกับ MBK PLUS
PARADISE PARK (ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค) ศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ที่เน้นย้ำเรื่องของ Health & Wellness ภายใต้คอนเซ็ปต์อย่าง "LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี" เป็นศูนย์รวมความสุข ความสนุกให้กับทุก Generation ตอบโจทย์ทั้งสายกิน สายเที่ยว สายช้อป และสายสุขภาพ ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออกที่ 2 นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถมากมายไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
ซึ่งนอกจากจะสามารถพาเจ้าตัวเล็กมาฉีดวัคซีนเด็ก หรือใช้บริการด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่ Paradise Park ได้แล้ว ที่นี่ยังมีร้านค้า และร้านอาหารอีกมากมายที่เราอยากแนะนำให้คุณมาเยี่ยมชมด้วยตัวเอง โดยสามารถดูข้อมูลร้านค้าเพิ่มเติมได้ที่ Directory นอกจากนี้ยังสามารถติดตามอัปเดตข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา อาทิ
- TikTok
- X
- YouTube
- LINE OA @paradisepark_th
- ติดต่อสอบถาม MBK Contact Center โทร 1285
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดวัคซีนที่ไหนดี
คุณสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้ที่ โรงพยาบาล หรือคลินิกกุมารแพทย์ ที่มีมาตรฐาน เช่น คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ @พาราไดซ์ พาร์ค เพื่อรับบริการที่เชื่อถือได้
เด็กอายุ 0-5 ปี ควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง
วัคซีนเด็กที่จำเป็นในช่วงนี้คือ วัคซีนตับอักเสบบี, วัณโรค, คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก, โปลิโอ, MMR, และ IPD (ปอดบวม)
วัคซีน TT กับ DT ต่างกันอย่างไร
วัคซีน TT (Tetanus Toxoid) ป้องกันบาดทะยักอย่างเดียว ส่วน DT (Diphtheria Tetanus) ป้องกันคอตีบและบาดทะยัก เหมาะสำหรับเด็กโต/ผู้ใหญ่
วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 6 เดือน ราคาเท่าไหร่
วัคซีนเด็กพื้นฐานจะได้รับฟรีตามสิทธิ์ แต่ถ้าเป็น วัคซีนเสริม เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือโรต้า ราคาจะแตกต่างกันไปตามชนิดและสถานพยาบาล