สังเกตอาการไข้เลือดออกในวัยทำงานถึงวัยผู้ใหญ่ ให้ทัน รู้เร็ว รักษาไว ลดเสี่ยงอาการรุนแรง

  •  15 ก.ค. 68

รู้หรือไม่? คนไทยกว่า 100,000 คนป่วยเป็นไข้เลือดออกทุกปี! บางรายแค่ไข้ขึ้นสูง แต่บางราย...ต้องเข้าห้องไอซียู ดังนั้นวิธีสังเกตุอาการไข้เลือดออกเบื้องต้นจะช่วยให้รักษาได้ทัน

เคสหนึ่งที่คุณหมอเล่าให้ฟัง คือคุณแม่ท่านหนึ่งพาลูกชายวัย 7 ขวบที่มีไข้สูงมาโรงพยาบาลในวันที่ 4 หลังจากคิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา พอถึงโรงพยาบาล อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ต้องรีบเข้าห้องไอซียู เพราะเป็น “ไข้เลือดออกระยะวิกฤต” โชคดีที่มาทันเวลา

เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเราไม่รู้จักวิธีสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า “ไข้เลือดออกคืออะไร?”, “อาการในแต่ละระยะเป็นอย่างไร?”, “แยกยังไงจากไข้หวัด?” และ “ควรดูแลผู้ป่วยที่บ้านยังไงให้ปลอดภัยที่สุด”

 

ไข้เลือดออกคืออะไร? ทำไมต้องรู้จักอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ

ไข้เลือดออก (Dengue Fever) คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ปัจจุบันพบได้มากในเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน และสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย

โรคนี้มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ หากเคยติดเชื้อแล้ว ก็ยังมีโอกาสติดซ้ำและอาการอาจรุนแรงขึ้นได้ หากรักษาไม่ทันอาจเกิดภาวะ “ช็อก” หรือ “เลือดออกในอวัยวะภายใน” ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

 

วิธีสังเกตอาการไข้เลือดออก

อาการของไข้เลือดออกสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ๆ ได้แก่

1. ระยะไข้สูง (วันแรก – วันที่ 3)

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน 39–41°C และมักไม่ลดลงแม้กินยาพาราเซตามอล

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก (ลักษณะคล้าย “ไข้กระดูกหัก”)

  • อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร

  • อาจมีหน้าแดง ตาแดงร่วมด้วย

 

2. ระยะวิกฤต (วันที่ 4 – วันที่ 5)

  • แม้ไข้จะเริ่มลดลง แต่อันตรายกลับเพิ่มขึ้น

  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดา จุดเลือดใต้ผิวหนัง

  • ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะใต้ชายโครง

  • อาเจียนบ่อย มือเท้าเย็น

  • หากไม่รีบดูแล อาจเข้าสู่ภาวะช็อกได้

 

3. ระยะฟื้นตัว (วันที่ 6 เป็นต้นไป)

  • อาการเริ่มดีขึ้นเมื่อไข้ลดลง

  • ร่างกายเริ่มฟื้นตัว มีความอยากอาหารกลับมา

  • อาจมีผื่นลักษณะเฉพาะขึ้นทั่วตัว (ลักษณะ “จุดขาวบนพื้นแดง” หรือ White islands in a red sea)

  • หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน มักฟื้นตัวได้เร็ว

 

วิธีแยกไข้เลือดออกกับไข้หวัดธรรมดาให้แม่นยำ

อาการของไข้เลือดออกในช่วงแรกมักคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา ทำให้หลายคนเข้าใจผิดและปล่อยให้โรคลุกลามโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าสังเกตให้ดี เราสามารถแยกอาการของทั้งสองโรคได้จากจุดสังเกตสำคัญดังนี้

  1. ระดับไข้และการตอบสนองต่อยา
    ไข้เลือดออกมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน 39-41 องศาเซลเซียส และมักไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ทั่วไป เช่น พาราเซตามอล ขณะที่ไข้หวัดธรรมดาไข้มักไม่สูงมาก และจะเริ่มลดลงภายใน 1-3 วันหลังจากกินยา

  2. อาการปวดเมื่อยและปวดศีรษะ
    ไข้เลือดออกมักมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก และปวดเมื่อยตามตัวจนบางคนเรียกว่า “ไข้กระดูกหัก” ส่วนไข้หวัดธรรมดาอาจมีอาการปวดเมื่อยแต่จะไม่รุนแรงเท่า และไม่เจาะจงจุดมากนัก

  3. อาการเลือดออกผิดปกติ
    ในผู้ป่วยไข้เลือดออก อาจพบเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดา หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนและไม่เกิดในไข้หวัดธรรมดา

  4. อาการทางระบบทางเดินอาหาร
    ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องบริเวณใต้ชายโครง อาการเหล่านี้เกิดจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำและการรั่วของพลาสมา ซึ่งไม่ใช่อาการปกติในไข้หวัดธรรมดา

  5. ลักษณะของผื่น
    เมื่อเข้าสู่ระยะฟื้นตัว ไข้เลือดออกอาจมีผื่นแดงขึ้นทั่วร่างกาย ลักษณะเฉพาะคือจุดสีขาวบนพื้นผื่นแดง (white islands in a red sea) ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยไข้หวัดธรรมดา

ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวมีไข้สูงมาก ร่วมกับอาการปวดเมื่อยรุนแรง อ่อนเพลียผิดปกติ และเริ่มมีอาการเลือดออก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที เพราะไข้เลือดออกหากปล่อยไว้อาจรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 

การดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออกที่บ้าน

ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าอาการไม่รุนแรง ยังสามารถดูแลที่บ้านได้ โดย

  • ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ

  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น ไม่ใช้น้ำเย็น

  • ใช้เฉพาะยาพาราเซตามอล (ห้ามใช้แอสไพริน / ไอบูโพรเฟน)

  • สังเกตอาการใกล้ชิด โดยเฉพาะวันที่ 3–5

 

ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ควรมองข้าม

หากรักษาไม่ทันเวลา อาจเกิดภาวะรุนแรง ได้แก่

  • ภาวะช็อกจากความดันโลหิตต่ำ

  • เลือดออกในสมองหรืออวัยวะภายใน

  • ตับอักเสบ

  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำผิดปกติ


 

วิธีป้องกันไข้เลือดออกที่ทำได้ทุกบ้าน

  • ฉีดหรือทายากันยุง

  • ใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย โดยเฉพาะกลางวัน

  • คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง เปลี่ยนน้ำแจกัน

  • ติดมุ้งลวด ใช้มุ้งนอน โดยเฉพาะเด็กเล็ก

 ถ้าคุณอยากได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด หรือมีอาการน่าสงสัย
สามารถเข้ารับบริการได้ที่ Ramathibodi Health Space – คลินิกพรีเมียมครบวงจร
พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเฉพาะทาง

 

สรุปวิธีแยกอาการไข้เลือดออก

การแยกไข้เลือดออกออกจากไข้หวัดธรรมดาในวัยทำงานและผู้ใหญ่ ต้องสังเกตจากลักษณะของไข้ที่มักจะสูงมาก (39–41°C) และไม่ลดลงแม้รับประทานยาพาราเซตามอล อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคืออาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกระดูกหรือปวดเมื่อยทั้งตัวแบบผิดปกติ นอกจากนี้ อาจมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดา จุดเลือดใต้ผิวหนัง หรือเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครง ซึ่งเป็นอาการที่ไข้หวัดธรรมดาไม่ค่อยมี

ในช่วงฟื้นตัว ผู้ป่วยมักมีผื่นลักษณะเฉพาะคือ “จุดขาวบนพื้นแดง” กระจายทั่วตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเบาะแสที่ช่วยแยกโรคได้ชัดเจน หากเริ่มมีอาการต้องสงสัย อย่ารอให้รุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะการวินิจฉัยและดูแลอย่างรวดเร็วสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหรือช็อกได้อย่างมาก 

สำหรับไข้เลือดออกในเด็ก เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คลิกอ่านบทความ อาการไข้เลือดออกสำหรับเด็กได้โดยเฉพาะ

 

PARADISE PARK (ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค) ศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ที่เน้นย้ำเรื่องของ Health & Wellness ภายใต้คอนเซ็ปต์อย่าง "LINING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี" เป็นศูนย์รวมความสุข ความสนุกให้กับทุก Generation ตอบโจทย์ทั้งสายกิน สายเที่ยว สายช้อป และสายสุขภาพ ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออกที่ 2 นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถมากมายไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

ซึ่งนอกจากจะสามารถแวะพาลูกมาเรียนพิเศษที่พาราไดซ์ พาร์คได้แล้ว ที่นี่ยังมีร้านค้า และร้านอาหารอีกมากมายที่เราอยากแนะนำให้คุณมาเยี่ยมชมด้วยตัวเอง โดยสามารถดูข้อมูลร้านค้าเพิ่มเติมได้ที่ Directory นอกจากนี้ยังสามารถติดตามอัปเดตข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา อาทิ

 

สุขภาพดีพร้อมเติมสุขต่อที่ 2 ด้วยการสะสมคะแนนกับ MBK PLUS

สามารถเติมความสุขได้ถึง 2 ต่อ เพียงแค่แอด LINE OA @mbkplus และซื้อสินค้าหรือบริการภายในศูนย์การค้า Paradise Park และธุรกิจในเครือ MBK Group แล้วนำใบเสร็จจากร้านค้าที่ร่วมรายการมาสะสมคะแนนกับ MBK Plus เพื่อนำไปแลกสุขจุก ๆ กับสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด คูปอง หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ 

  • สะสม สุขจุก ๆ: ทุกการช้อปมีแต่ได้ สะสมพอยท์เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมายแบบจุก ๆ

  • แลก สุขจุก ๆ: ง่ายขึ้น 1 พอยท์ = 1 บาท แลกรับส่วนลดจุก ๆ และความพิเศษทุกไลฟ์สไตล์

  • แชร์ สุขจุก ๆ: โอนคะแนนให้เพื่อน แชร์พอยท์ รวมทั้งชวนเพื่อน มาส่งต่อความสุขด้วยกันไม่รู้จบ

ตรวจสอบเงื่อนไขการสะสมคะแนนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.paradisepark.co.th/mbkplus/

 

ข้อมูลอ้างอิง