คาเฟอีน ต่อวันไม่ควรเกินเท่าไหร่? พร้อมเช็กปริมาณคาเฟอีน

  •  02 ต.ค. 69

กาแฟแก้วแรกตอนเช้าอาจช่วยให้ตื่นตัว แต่ถ้าวันเดียวมีทั้งกาแฟ ชา โกโก้ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ปริมาณ คาเฟอีน ต่อวัน ก็อาจสะสมมากกว่าที่คิด โดยผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไปควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 400 มก.ต่อวัน และควรสังเกตอาการตัวเองด้วย เพราะบางคนอาจมีอาการแพ้คาเฟอีน ใจสั่น กระสับกระส่าย หรือนอนไม่หลับได้แม้ได้รับคาเฟอีนไม่มาก

บทความนี้ Paradise Park จะพาไปเช็กว่าควรได้รับคาเฟอีน ต่อวันเท่าไหร่ แล้วกาแฟซื้อร้านกับชงเองต่างกันอย่างไร เครื่องดื่มชนิดไหนมีคาเฟอีนสูง รวมถึงผลข้างเคียงและกลุ่มที่ควรจำกัดการดื่ม เพื่อช่วยให้เลือกเครื่องดื่มในแต่ละวันได้เหมาะสมมากขึ้น

Key Takeaways

  • ผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนต่อวัน ไม่เกินประมาณ 400 มก.
  • คาเฟอีนพบได้ทั้งในกาแฟ ชา โกโก้ และเครื่องดื่มชูกำลัง
  • ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟแต่ละแก้ว ต่างกันตามเมล็ด วิธีชง และขนาดแก้ว
  • หากได้รับปริมาณคาเฟอีนในแต่ละวันมากเกินไปอาจใจสั่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ หรือกระสับกระส่าย

สารบัญบทความ

  • ปริมาณคาเฟอีนต่อวันควรอยู่ที่เท่าไหร่? เช็กง่ายก่อนดื่ม
  • กาแฟซื้อร้าน VS ชงที่บ้านเอง ปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันไหม?
  • ผลข้างเคียงจากการดื่มคาเฟอีนมากเกินไป มีอะไรบ้าง?
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง หรือจำกัดการดื่มคาเฟอีน มีใครบ้าง?
  • คาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มแบบไหนบ้าง?
  • คาเฟอีน ต่อวัน ดื่มอย่างไรให้พอดี และไม่กระทบการนอน
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มคาเฟอีน ต่อวัน

ปริมาณคาเฟอีนต่อวันควรอยู่ที่เท่าไหร่? เช็กง่ายก่อนดื่ม

สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป ปริมาณคาเฟอีน ต่อวันควรอยู่ที่ไม่เกินประมาณ 400 มก.หรือประมาณ 2-3 แก้วขนาด 12 ออนซ์ ทั้งนี้ปริมาณ Caffeineที่เหมาะสมในแต่ละวันไม่เท่ากันในทุกคน โดยทั่วไปสามารถดูจากช่วงปริมาณที่แนะนำของแต่ละกลุ่ม เพื่อช่วยกะได้ง่ายขึ้นว่าควรดื่มมากน้อยแค่ไหน ดังนี้

กลุ่ม 

ปริมาณคาเฟอีนที่ควรจำกัด 

ผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป 

ไม่เกินประมาณ 400 มก./วัน 

หญิงตั้งครรภ์ 

ไม่เกินประมาณ 200 มก./วัน 

ผู้ไวต่อคาเฟอีน 

ควรลดตามอาการและคำแนะนำของแพทย์ 

“หากอยากเลือกเครื่องดื่มให้เหมาะกับปริมาณคาเฟอีน ต่อวัน สามารถอ่านต่อได้ที่กาแฟมีอะไรบ้างเพื่อทำความรู้จักเมนูกาแฟหรือเครื่องดื่มแต่ละแบบ เพื่อเลือกดื่มได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น”


กาแฟซื้อร้าน VS ชงที่บ้านเอง ปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันไหม?

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟซื้อร้านและชงที่บ้าน

กาแฟซื้อร้านและกาแฟชงที่บ้าน อาจให้ปริมาณคาเฟอีนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งจำนวนช็อต วิธีชง และขนาดแก้ว โดยสามารถแยกความต่างได้ดังนี้

  • กาแฟซื้อร้าน : ปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต สูตรของร้าน และขนาดแก้ว ยิ่งเพิ่มช็อตหรือเลือกแก้วใหญ่ คาเฟอีนก็อาจสูงขึ้น
  • กาแฟชงที่บ้าน : ควบคุมปริมาณผงกาแฟ น้ำ และความเข้มได้เอง จึงกะปริมาณคาเฟอีนได้ง่ายกว่า

ปริมาณคาเฟอีนของกาแฟซื้อร้านและกาแฟชงเองแตกต่างกันได้ เพราะขึ้นอยู่กับชนิดเมล็ด จำนวนช็อต วิธีชง และขนาดแก้ว โดยกาแฟชงเองสามารถควบคุมความเข้มได้มากกว่า 

“หากอยากรู้ว่าการชงแบบดริปมีลักษณะอย่างไร สามารถอ่านสาระดี ๆ จาก Paradise Park ต่อได้ที่ กาแฟดริปคืออะไร”

ผลข้างเคียงจากการดื่มคาเฟอีนมากเกินไป มีอะไรบ้าง?

แม้คาเฟอีน จะช่วยให้รู้สึกตื่นตัว ลดความง่วง และเพิ่มสมาธิ แต่หากได้รับมากเกินกว่าที่ร่างกายรับไหว อาจเกิดอาการผิดปกติได้ โดยแต่ละคนมีความไวต่อ Caffeine ไม่เท่ากัน

  • ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็ว
  • นอนไม่หลับ หลับยาก
  • ปวดศีรษะ วิงเวียน
  • กระสับกระส่าย วิตกกังวล
  • คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือไม่สบายท้อง
  • ปัสสาวะบ่อย
  • มือสั่นหรือกล้ามเนื้อกระตุกในบางราย

หากดื่มเป็นประจำแล้วหยุดทันที อาจมีอาการถอนคาเฟอีน เช่น ปวดศีรษะ ง่วง หรืออ่อนเพลียได้ จึงควรค่อย ๆ ลดปริมาณหากรู้สึกว่าเริ่มติดคาเฟอีน

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง หรือจำกัดการดื่มคาเฟอีน มีใครบ้าง?

บางกลุ่มควรระวังการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนมากกว่าคนทั่วไป เพราะอาจไวต่อผลกระตุ้นหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ได้แก่

  • หญิงตั้งครรภ์ ควรจำกัดคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 200 มก. ต่อวัน
  • ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน เช่น ดื่มแล้วใจสั่น มือสั่น หรือหลับยาก
  • ผู้มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงบางราย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณที่เหมาะสม
  • ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ ควรหลีกเลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายหรือเย็น
  • เด็กและวัยรุ่น ไม่ควรได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูง และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง

คาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มแบบไหนบ้าง? 

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

หลายคนคิดถึงกาแฟเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงเครื่องดื่มคาเฟอีน แต่จริง ๆ แล้ว Caffeine พบได้ตามธรรมชาติในเมล็ดกาแฟ ใบชา และเมล็ดโกโก้ รวมถึงอาจเติมลงในเครื่องดื่มบางประเภทด้วย

  • กาแฟ เป็นแหล่งคาเฟอีนหลักที่พบได้บ่อย
  • ชาเขียวและชาดำ มีคาเฟอีนในปริมาณแตกต่างกันตามชนิดและวิธีชง
  • ชาอู่หลงหรือชาจีน มีคาเฟอีนเช่นกัน
  • เครื่องดื่มชูกำลัง มักมีคาเฟอีนและส่วนผสมกระตุ้นอื่น ๆ
  • โกโก้และช็อกโกแลต มีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟโดยทั่วไป
  • น้ำอัดลมบางชนิด โดยเฉพาะสูตรโคล่า อาจมีคาเฟอีนผสมอยู่

ดังนั้น หากต้องการควบคุมปริมาณ Caffeine ไม่ควรนับเฉพาะกาแฟ แต่ควรรวมเครื่องดื่มและอาหารที่มีคาเฟอีนทั้งหมดในวันนั้นด้วย

คาเฟอีน ต่อวัน ดื่มอย่างไรให้พอดี และไม่กระทบการนอน

สำหรับคนทั่วไป การดื่มคาเฟอีนในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องงดกาแฟหรือชาไปเลย เพียงควรรู้ว่าตัวเองได้รับคาเฟอีนจากเครื่องดื่มแต่ละแก้วมากน้อยแค่ไหน และสังเกตการตอบสนองของร่างกาย หากดื่มแล้วมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย หรือนอนไม่หลับ อาจลองลดปริมาณลง หรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนตอนกลางคืน

ถ้าอยากแวะหาเครื่องดื่มระหว่างวัน ที่ Paradise Park ย่านศรีนครินทร์ก็มีร้านให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งกาแฟจาก Starbucks ชั้น 2 หรือ Cafe' De Lala ชั้น 3 ส่วนสายชาก็มี CHAGEE บริเวณชั้น G และ FUKU MATCHA ชั้น G ให้เลือกตามความชอบ หรือถ้าอยากซื้อเมล็ดกาแฟกลับไปชงเองที่บ้าน ก็สามารถแวะเลือกซื้อได้ที่ Villa Market ชั้น G นอกจากนี้ Paradise Park ยังเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด Health & Wellness และ “LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออก 2 พร้อมมีที่จอดรถรองรับสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มคาเฟอีน ต่อวัน 

กาแฟ 1 แก้วมีคาเฟอีนกี่มิลลิกรัม?

โดยทั่วไปกาแฟดำ 1 แก้วขนาดประมาณ 240 มล. อาจมีคาเฟอีนราว 80-100 มก. ส่วนเอสเพรสโซ 1 ช็อตมีประมาณ 63 มก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเมล็ด วิธีชง และขนาดแก้ว 

กาแฟหรือชา เครื่องดื่มไหนมีคาเฟอีนมากกว่ากัน?

โดยทั่วไปกาแฟมักมีคาเฟอีนมากกว่าชาต่อหนึ่งเสิร์ฟ แต่ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับชนิดของชา กาแฟ วิธีชง และขนาดแก้ว จึงควรดูข้อมูลโภชนาการหรือสูตรของแต่ละเมนู

คนท้องกินคาเฟอีนได้วันละเท่าไร?

หญิงตั้งครรภ์ควรจำกัดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 200 มก. ต่อวัน จากทุกแหล่งรวมกัน เช่น กาแฟ ชา โกโก้ และเครื่องดื่มอื่น ๆ หากมีข้อกังวลควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์

คาเฟอีนตกค้างอยู่ในร่างกายกี่ชั่วโมง และควรหยุดดื่มกี่ชั่วโมงก่อนนอนเพื่อไม่ให้ตกค้าง?

โดยทั่วไป คาเฟอีนจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมงในการลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ได้รับ หากไม่อยากให้กระทบการนอน ควรงดกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนเข้านอนประมาณ 6-8 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีนอาจต้องเว้นนานกว่านี้