ประโยชน์น้ำมันมะกอกมีอะไรบ้าง แนะนำการใช้งานเพื่อสุขภาพ
น้ำมันมะกอกถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติยอดนิยมที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากประโยชน์น้ำมันมะกอก อุดมไปด้วยไขมันดีและสารอาหารหลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ทว่าการจะเลือกซื้อและนำมาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทที่แตกต่างกัน รวมถึงข้อควรระวังในการบริโภคและการใช้งานภายนอกอย่างถูกต้อง เพื่อให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน
Key Takeaways
- ประโยชน์น้ำมันมะกอก ซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไขมันเลว (LDL) ต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อระบบย่อยอาหาร และช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- น้ำมันมะกอกมีหลายประเภทตั้งแต่ Extra Virgin สำหรับทานสด ไปจนถึง Refined ที่ทนความร้อนสูง รวมถึงประเภทที่สกัดมาเพื่อใช้ดูแลผิวพรรณโดยเฉพาะ
- การนำน้ำมันมะกอกกลุ่มสกัดเย็นอย่าง Extra Virgin หรือ Virgin ไปผ่านความร้อนสูง จะทำให้สารอาหารเสื่อมสภาพและเปลี่ยนเป็นไขมันที่ไม่ดีแทน
- ประโยชน์น้ำมันมะกอกสำหรับผิว อุดมไปด้วยวิตามินเอ ดี อี เค มีเนื้อสัมผัสบางเบาซึมซาบง่าย ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวและเส้นผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ควรรับประทานไม่เกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนการทาผิวควรทดสอบอาการแพ้ก่อนเสมอ และกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้รอผ่าตัดควรระวังเป็นพิเศษ
สารบัญ
- น้ำมันมะกอกคืออะไร และมาจากไหน?
- น้ำมันมะกอกมีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับคุณ
- ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก 10 ข้อ ที่ควรรู้ + Copywriting
- ข้อควรระวังในการบริโภคและใช้น้ำมันมะกอกที่ควรรู้
- (สรุป) ประโยชน์น้ำมันมะกอก+Paradise Park+Copywriting (ไม่ต้องชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่าสรุปนะคะ!)
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ประโยชน์น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกคืออะไร และมาจากไหน?

น้ำมันมะกอก (Olive Oil) คือน้ำมันธรรมชาติที่ได้จากการนำผลมะกอกมาสกัดเอาน้ำมันออก แม้ภายนอกจะดูคล้ายกับน้ำมันพืชทั่วไป แต่กลับอุดมไปด้วยคุณสมบัติ สรรพคุณ และประโยชน์น้ำมันมะกอกที่ดีต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ทำให้ในปัจจุบันน้ำมันมะกอกได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในการกินน้ำมันมะกอก นำมาปรุงอาหารเมนูต่างๆ ใช้ในงานภาคอุตสาหกรรม รวมถึงใช้ดูแลเรื่องความสวยความงาม
น้ำมันมะกอกมีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับคุณ
การเลือกซื้อน้ำมันมะกอกให้ตอบโจทย์การใช้งาน จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและคุณสมบัติเฉพาะตัวของแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถนำไปปรุงอาหารหรือใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อสุขภาพ มาดูกันว่าน้ำมันมะกอกมีกี่ชนิด ดังนี้
Extra Virgin Olive Oil
น้ํามันมะกอกสกัดเย็นจากการบีบผลมะกอกสด มีราคาสูงและอุดมด้วยสารอาหารสูงสุด เหมาะสำหรับทานสด ทำน้ำสลัด แต่เพื่อให้น้ํามันมะกอกสกัดเย็น ประโยชน์สูงสุดควรไม่ผ่านความร้อน หากโดนความร้อนสูงจะเสียคุณค่าทางโภชนาการและเปลี่ยนเป็นไขมันที่ไม่ดีแทน
Virgin Olive Oil
โอลีฟออยที่ได้จากการบีบผลมะกอกสดเช่นกัน แต่ใช้ผลมะกอกที่แก่กว่า ทำให้มีคุณภาพและราคารองลงมาจากแบบเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินเล็กน้อย ยังคงดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับการทานสด ทำน้ำสลัด หรือปรุงอาหารดิบที่ไม่ต้องใช้ความร้อนสูง
Pure olive oil
น้ำมันมะกอกแบบผสมที่เกิดจากการนำแบบเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินมาผสมกับน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธี ทำให้ทนความร้อนได้ดีขึ้นและยังมีสารอาหารสูง เหมาะกับการผัดหรืออบ แต่ไม่ควรนำไปทอดนาน ๆ เพราะสารอาหารจะสูญหายได้
Refined / Light Olive Oil
น้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมีและความร้อนเพื่อสกัดเอาสี กลิ่น และรสเดิมออกไป เนื้อน้ำมันจึงมีสีใส ราคาจับต้องได้ง่าย มีจุดเกิดควันสูงทำให้ทนความร้อนได้ดีมาก เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องใช้ความร้อนสูง เช่น การทอดหรือผัด
Pomace Olive Oil
น้ำมันมะกอกสำหรับทำอาหารที่สกัดซ้ำจากกากมะกอกแล้วนำไปผ่านกรรมวิธีทางเคมีและความร้อน แม้จะมีคุณภาพต่ำและมีไขมันที่ไม่ค่อยดีต่อร่างกาย แต่ข้อดีคือราคาถูกและทนความร้อนสูง จึงมักนิยมนำมาใช้กับอาหารประเภททอดท่วมทั่วไป
น้ำมันมะกอกสำหรับผิว
น้ำมันมะกอกประเภทที่คิดค้นมาเพื่ออุตสาหกรรมความงามโดยเฉพาะ เนื้อสัมผัสบางเบาซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินเอ ดี อี และเค เหมาะสำหรับใช้ทาบำรุงและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ผสมอาหาร
ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก 10 ข้อที่ควรรู้ เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ที่สุด

น้ำมันมะกอกไม่เพียงแต่เป็นไอเทมยอดฮิตในห้องครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด รวมถึงยังเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของคนที่กำลังมองหา longevity คือแนวคิดที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายจากภายในสู่ภายนอก และช่วยตอบโจทย์การดูแลตัวเองได้อย่างครอบคลุม มาดูว่าประโยชน์น้ำมันมะกอกมีอะไรบ้าง ดังนี้
1. บำรุงหัวใจและลดไขมันเลว (LDL)
น้ำมันมะกอกเป็นหนึ่งใน 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือดที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) โดยไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดลง ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว และลดความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ทำให้ระบบหัวใจทำงานได้อย่างแข็งแรงยิ่งขึ้น
2. ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย
ภายในน้ำมันมะกอกประกอบไปด้วยสารโพลีฟีนอลอย่างไฮดรอกซีไทโรซอล (Hydroxytyrosol) และวิตามินอีในปริมาณสูง ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดสารออกซิเดชันในร่างกาย และยังถือเป็นอาหาร anti aging อาหารที่ส่งผลให้สุขภาพผิวพรรณได้รับการฟื้นฟูให้ดูดีขึ้น ผิวหนังแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ช่วยเลือนลดริ้วรอยแห่งวัย และยังลดสาเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ลดความเสี่ยงมะเร็ง
น้ำมันมะกอกมีสารโอลีโอแคนธัล (Oleocanthal) ที่มีฤทธิ์คล้ายยาต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดกระบวนการอักเสบในร่างกาย พร้อมทั้งช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร (H. pylori) อันเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ขัดขวางกลไกธรรมชาติและอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาในอนาคต
4. ดีต่อสมองและระบบประสาท
น้ำมันมะกอกกินสดเป็นประจำมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างดี เนื่องจากอุดมไปด้วยสารโอลีโอแคนธัล (Oleocanthal) ที่มีคุณประโยชน์ต่อระบบประสาท เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องใช้ความคิดเป็นประจำ ช่วยบรรเทาอาการหลงลืมและส่งเสริมระบบความจำให้ทำงานได้ดีขึ้น
5. ช่วยควบคุมน้ำหนัก
การบริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกร่วมกับการทานอาหารไขมันต่ำและออกกำลังกาย จะช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้ดีกว่าการอดอาหารทั่วไป เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติเข้าไปช่วยกระตุ้นสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไขมัน ทำให้ร่างกายไม่อยากรับไขมันส่วนเกินเพิ่ม จึงช่วยลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. บำรุงระบบย่อยอาหาร
ประโยชน์น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาความผิดปกติในช่องท้องและบรรเทาภาวะท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการขับถ่ายลำบาก อุจจาระเป็นก้อนแข็ง หรือถ่ายไม่สุด การรับประทานน้ำมันมะกอกจะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างสมดุลและไหลลื่นยิ่งขึ้น
7. ควบคุมน้ำตาลในเลือด
ไขมันดีมีอะไรบ้าง? น้ำมันมะกอกประกอบไปด้วยสารประกอบฟีนอลและกรดไขมันดี มีส่วนช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและปรับสมดุลการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย การเลือกใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารแทนไขมันอิ่มตัวชนิดอื่น จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ
8. บำรุงผิวและเส้นผม
น้ำมันมะกอกทาผิว ซึมสู่ผิวไวและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีด้วยวิตามินเอ ดี อี เค ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวแห้งแตกลายและบรรเทาผิวไหม้แดด นอกจากนี้น้ำมันมะกอก ประโยชน์จากวิตามินบีและอีที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะ เพียงนำมาหมักผมก่อนสระเป็นประจำ จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมาแข็งแรงและลดการขาดร่วงได้
9. เสริมความแข็งแรงของกระดูก
น้ำมันมะกอกมีส่วนประกอบของสารโพลีฟีนอล ที่มีมีส่วนช่วยลดกระบวนการสลายมวลกระดูก นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของสุขภาพกระดูกในระยะยาวเมื่อรับประทานควบคู่กับแหล่งแคลเซียมอื่น ๆ ในมื้ออาหาร
10. ลดความดันโลหิต
กรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหลักในน้ำมันมะกอก มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความดันโลหิตและป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง อีกทั้งยังมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยปรับการทำงานของหลอดเลือดหัวใจให้ทำงานเป็นปกติ ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้นและลดความดันโลหิตสูงได้
ข้อควรระวังในการบริโภคและใช้น้ำมันมะกอกที่ควรรู้
น้ำมันมะกอกเป็นวัตถุดิบธรรมชาติยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์รอบด้าน แต่การเลือกวิธีกินน้ำมันมะกอกและนำมาใช้งานอย่างปลอดภัย จำเป็นต้องศึกษาข้อควรระวังอย่างถี่ถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย
- ปริมาณในการรับประทาน ควรบริโภคน้ำมันมะกอกไม่เกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10-12% ของจำนวนแคลอรีทั้งหมดที่ร่างกายต้องการต่อวัน (คำนวณจากฐานพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี/วัน)
- การใช้งานภายนอกกับผิวพรรณ ก่อนนำน้ำมันมะกอกมาใช้ทาบำรุงผิว ควรทำการทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนังจุดเล็ก ๆ เสียก่อน และควรเลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสมพอดีกับสภาพผิว
- กลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงหรือระวังเป็นพิเศษ ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ผู้ที่กำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน รวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะกอกเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ต่อร่างกาย
แนะนำวิธีลดไขมันในเลือดแบบเร่งด่วนแบบปลอดภัย อ่านต่อได้ที่บทความนี้ : วิธีลดไขมันในเลือดแบบเร่งด่วน
ประโยชน์น้ำมันมะกอก เลือกซื้อหรือใช้บริการปรึกษาด้านโภชนาการได้ที่ Paradise Park
ประโยชน์น้ำมันมะกอก ตัวช่วยชั้นยอดในการดูแลสุขภาพและกระตุ้นการทำงานของร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไขมันดี ป้องกันโรคร้าย หรือบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเลือกประเภทให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำอาหารและการใช้งาน ควบคู่ไปกับการควบคุมปริมาณอย่างพอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและคุณประโยชน์ที่ครบถ้วน ปลอดภัย โดยไม่มีผลข้างเคียงมารบกวนสุขภาพ
สำหรับสายสุขภาพที่กำลังมองหาว่าตรวจสุขภาพที่ไหนดี หรือมองหาวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอย่างน้ำมันมะกอกมาดูแลตัวเอง แวะมาเลือกช้อปได้ที่ PARADISE PARK (ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค) ศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ที่มุ่งเน้นเรื่อง Health & Wellness ภายใต้คอนเซ็ปต์ "LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี" ตอบโจทย์ความสุขของทุก Generation เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออกที่ 2 หรือจะขับรถส่วนตัวมาก็มีที่จอดรถมากมายพร้อมบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ประโยชน์น้ำมันมะกอก
กินน้ำมันมะกอกทุกเช้าช่วยอะไร?
กินน้ำมันมะกอกทุกเช้า ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก พร้อมเพิ่มไขมันดี (HDL) และลดไขมันเลว (LDL) ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่เริ่มต้นวัน
เก็บน้ำมันมะกอกอย่างไรให้ไม่เสีย?
ควรเก็บในขวดแก้วทึบแสง ปิดฝาให้สนิท วางไว้ในที่มืด เย็น และห่างจากความร้อนขวดหรือแสงแดด เพื่อป้องกันไม่ให้สารอนุมูลอิสระเสื่อมสภาพ
น้ำมันมะกอกที่ใช้ทำอาหาร สามารถนำมาทาผิวหรือหมักผมได้ไหม?
ไม่แนะนำ เนื่องจากน้ำมันมะกอกทำอาหารบางประเภทมีกรรมวิธีทางเคมีและความร้อน ควรเลือกใช้ประเภทสำหรับผิวและผมโดยเฉพาะที่มีสารอาหารและวิตามินที่ซึมซาบง่าย
น้ำมันมะกอกเปิดขวดแล้วเก็บได้นานแค่ไหน? ต้องแช่ตู้เย็นไหม?
หลังเปิดขวดควรใช้ให้หมดภายใน 3-6 เดือน ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น เพราะอาจทำให้น้ำมันจับตัวเป็นไข เพียงเก็บในอุณหภูมิห้องปกติก็เพียงพอ
Paradise Park มีศูนย์ตรวจไขมันในเลือดและให้คำปรึกษาด้านโภชนาการหรือไม่?
มีบริการที่ คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ (Ramathibodi Health Space) บริเวณชั้น 3 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 8.00 - 20.00 น. มีแพทย์เฉพาะทางคอยให้คำปรึกษา
อยากซื้อน้ำมันมะกอกเพื่อบำรุงผิวและเส้นผม สามารถหาที่ Paradise Park ชั้นไหนได้บ้าง?
สามารถเลือกซื้อได้ตามร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เช่น ร้าน Watson หรือ Boots รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง Villa Market ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น G