Superfood คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร กินยังไงให้ได้ผล

  •  20 เม.ย. 69

ยุคนี้เป็นยุคที่เทรนการดูแลสุขภาพมาแรงมาก ๆ ผู้คนต่างให้ความสนใจกับการดูแลตัวเองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการเลือกทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย Superfood จึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจกันมากขึ้น ในฐานะอาหารที่มีสารอาหารสูงกว่าอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Superfood สุดยอดอาหารที่ช่วยเสริมโภชนาการว่ามีอะไรบ้าง พร้อมแนะนำวิธีกินยังไงให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด


HIGHLIGHTS:

  • Superfood คืออาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสุขภาพ และช่วยชะลอวัย
  • มี Superfood มากมายที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เช่น อะโวคาโด ไข่ โยเกิร์ต และชาเขียว 
  • ควรกิน Superfood ให้หลากหลายอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่เหมาะสมจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

สารบัญบทความ 

  • Superfood คืออะไร?
  • Superfood มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?
  • รวม 10 Superfood อาหารโภชนาการสูง ที่ควรกินเป็นประจำ
  • กิน Superfood อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?
  • Paradise Park แหล่งรวม Superfood ที่ตอบโจทย์สายสุขภาพ
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Superfood


Superfood คืออะไร?


Superfood คือ กลุ่มอาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ในปัจจุบัน Superfood ได้รับความนิยมและการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงกว่าอาหารทั่วไป ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย และลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Superfood มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

การรับประทาน Superfood ที่มีปริมาณสารอาหารสูงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งผลดีต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้านดังนี้

  • ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่พบใน Superfood จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น
  • บำรุงหัวใจและหลอดเลือด กรดไขมันโอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ควบคุมน้ำหนัก Superfood มักมีแคลอรีต่ำแต่อุดมด้วยใยอาหาร ช่วยให้อิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ใยอาหารและโปรไบโอติกที่พบใน Superfood บางชนิด ช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้ และปรับสมดุลแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร
  • ลดการอักเสบในระดับเซลล์ สารต้านอนุมูลอิสระใน Superfood มีส่วนช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด

รวม 10 Superfood อาหารโภชนาการสูง ที่ควรกินเป็นประจำ


สำหรับใครที่รู้สึกสนใจและอยากลองทาน Superfood เพื่อเพิ่มสารอาหารที่ดีให้กับร่างกาย ในบทความนี้ได้รวบรวม 10 Superfood ยอดฮิตที่หาซื้อได้ทั่วไปมาให้ได้ลองเลือกดูกัน ลองมาดูกันว่า Superfood ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง


1. อะโวคาโด

อะโวคาโดเป็น Superfood ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะโอเมก้า 9 นับว่าเป็นอาหารลดไขมันในเส้นเลือดและดูแลสุขภาพหัวใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E โพแทสเซียม และกลูตาไธโอนที่ช่วยบำรุงผิวและเสริมภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ควรรับประทานไม่เกิน 1 ลูกต่อวัน 


อ่านบทความสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ : 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือดมีอะไรบ้าง?


2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และราสป์เบอร์รี ล้วนเป็น Superfood ที่เต็มไปด้วยสารแอนโทไซยานินและแอนติออกซิแดนต์สูง ช่วยต้านการอักเสบ เสริมความจำ และชะลอการเสื่อมของเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรรับประทานประมาณ 1 กำมือหรือประมาณ 80-100 กรัมต่อวัน 


3. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวอย่างผักโขม คะน้า และบร็อคโคลี เป็น Superfood ที่เต็มไปด้วยวิตามิน A, C, K, แมกนีเซียม และโฟเลต ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด นอกจากนี้คลอโรฟิลล์ในผักใบเขียวยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย ควรรับประทานผักใบเขียวอย่างน้อยวันละ 1-2 ทัพพี


4. ปลาที่มีไขมันดี

ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาซาร์ดีน เป็น Superfood ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ชั้นดีที่ช่วยลดการอักเสบ บำรุงสมอง รวมถึงดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้กรดไขมัน DHA และ EPA ในปลาเหล่านี้ยังมีคุณสมบัติเป็น Anti Aging ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย โดยควรรับประทานปลาที่มีไขมันดีอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในปริมาณประมาณ 100-150 กรัมต่อมื้อ


อ่านบทความสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ : Anti Aging คืออะไร?


5. ไข่

ไข่ถือเป็นหนึ่งใน Superfood ที่มีราคาจับต้องได้และมีโปรตีนครบถ้วนที่สุด ไข่แดงจะอุดมไปด้วยโคลีนซึ่งสำคัญต่อการทำงานของสมองและตับ รวมถึงวิตามิน D และลูทีนที่ช่วยบำรุงสายตา ควรรับประทานไข่วันละ 1-2 ฟอง


6. ถั่วต่าง ๆ 

ถั่วอัลมอนด์ วอลนัท และถั่วต่าง ๆ เป็น Superfood ที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากพืช ใยอาหาร และไขมันดีที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดคอเลสเตอรอล นอกจากนี้แมกนีเซียมและวิตามิน E ในถั่วยังช่วยบำรุงระบบประสาทและผิวพรรณได้อีกด้วย ควรรับประทานถั่วประมาณ 1 กำมือเล็ก ๆ หรือประมาณ 30 กรัมต่อวัน 


7. ธัญพืชและเมล็ดพืช

ควินัว ข้าวโอ๊ต เมล็ดเจีย และเมล็ดแฟลกซ์ ล้วนเป็น Superfood ที่มีใยอาหารและโปรตีนที่ดี ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและส่งเสริมสุขภาพลำไส้ นอกจากนี้เมล็ดเจียและแฟลกซ์ยังอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 จากพืชอีกด้วย โดยควรรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีวันละ 1-2 ส่วน หรือโรยเมล็ดพืชลงในอาหารและเครื่องดื่มได้เลย


8. ชาเขียว

ชาเขียว Superfood ที่อัดแน่นไปด้วยสาร EGCG ซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนต์ที่ช่วยต้านการอักเสบ เพิ่มการเผาผลาญ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อีกทั้งยังมีแอลธีอะนีนในชาเขียวที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย ควรดื่มชาเขียวประมาณ 2 แก้วต่อวัน 


9. โยเกิร์ต

โยเกิร์ตโดยเฉพาะแบบกรีกโยเกิร์ต เป็น Superfood ที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ เสริมภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมการดูดซึมสารอาหาร ควรเลือกทานโยเกิร์ตที่ไม่มีน้ำตาลและรับประทานประมาณ 1 ถ้วยหรือ 150-200 กรัมต่อวัน


10. มะเขือเทศ

มะเขือเทศ Superfood ที่เป็นแหล่งไลโคปีนชั้นเยี่ยมที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้วิตามิน C และโพแทสเซียมในมะเขือเทศยังช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและผิวพรรณด้วย โดยควรรับประทานมะเขือเทศประมาณ 1-2 ลูกต่อวัน


กิน Superfood อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

การรับประทาน Superfood ให้ได้ผลดีที่สุดนั้นไม่ใช่แค่การเลือกชนิดอาหารที่ถูกต้อง แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีการรับประทานและการจัดสรรในแต่ละมื้ออีกด้วย โดยเคล็ดลับในการทาน Superfood จะมีดังนี้

  • เลือกกินให้หลากหลายในแต่ละวัน ไม่มี Superfood ชนิดใดที่ให้สารอาหารครบทุกอย่างในตัวเอง ดังนั้นควรสลับและกินแบบผสมผสาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน
  • จับคู่อาหารให้ดูดซึมได้ดีขึ้น สารอาหารบางชนิดดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อรับประทานคู่กัน เช่น วิตามิน A, D, E หรือ K ควรรับประทานคู่กับไขมันดี อย่างการกินผักใบเขียวคู่กับอะโวคาโดหรือน้ำมันมะกอก
  • รับประทานอย่างสม่ำเสมอ ประโยชน์ของ Superfood จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่เมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่กินเป็นช่วง ๆ หรือกินปริมาณมากในครั้งเดียว
  • ไม่กินมากเกินไป ถึงแม้ว่า Superfood จะมีประโยชน์สูง แต่การรับประทานในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน 

Paradise Park แหล่งรวม Superfood ที่ตอบโจทย์สายสุขภาพ

การทานอาหาร Superfood เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพที่ใส่ใจในโภชนาการอาหารในแต่ละมื้อ หากคุณเป็นสายรักสุขภาพและอาศัยอยู่ในย่านศรีนครินทร์ Paradise Park เป็นศูนย์การค้าที่ให้ความสำคัญกับ Health & Wellness อย่างจริงจัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Living in Harmony กินดี อยู่ดี สุขภาพดี" เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวม Superfood ย่านศรีนครินทร์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะสายกิน สายชอป หรือสายสุขภาพ เดินทางง่าย ๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ทางออกที่ 2 หรือจะขับรถมาก็มีที่จอดรถรองรับอย่างเพียงพอ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Superfood

Superfood ทำไมถึงถูกเรียกว่าเป็นสุดยอดอาหาร?

Superfood คือกลุ่มอาหารที่มีสารอาหารหนาแน่นสูง เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงถูกเรียกว่า “สุดยอดอาหาร” เพราะช่วยเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงโรคได้ในระยะยาวเมื่อทานเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม


Superfood ช่วยลดน้ำหนักได้ไหม?

Superfood บางชนิดช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้ เช่น เมล็ดเจีย อะโวคาโด เบอร์รีต่าง ๆ หรือควินัว เนื่องจากมีใยอาหารสูง แคลอรีต่ำ และช่วยให้อิ่มนาน แต่ต้องควบคู่กับการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารโดยรวมด้วย


อยากหาซื้อวัตถุดิบ Superfood มาทำอาหาร ที่ Paradise Park มีโซนไหนแนะนำบ้าง?

หากต้องการซื้อวัตถุดิบ Superfood มาทำอาหารเองที่บ้าน แนะนำให้แวะมาที่โซน Supermarket ของ Paradise Park ที่มีทั้ง Villa Market และตลาดเสรีมาร์เก็ต ซึ่งรวบรวมวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งผักออร์แกนิก ธัญพืช และสินค้าเพื่อสุขภาพมากมาย