ชาจีนมีอะไรบ้าง? เจาะลึก 6 ประเภทชาจีน คาเฟอีน และประโยชน์

  •  02 ต.ค. 69

ชาจีนเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมการดื่มชามายาวนาน และมีเสน่ห์ตรงที่แต่ละชนิดให้ทั้งกลิ่น รส และสีของน้ำชาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ใบชา กรรมวิธีการผลิต และระดับการออกซิเดชัน จึงทำให้โลกของชาจีนมีความหลากหลายกว่าที่หลายคนคิด

บทความนี้ Paradise Park จะพาไปรู้จักว่า ชาจีนมีอะไรบ้าง มีกี่ประเภท พร้อมทำความเข้าใจจุดเด่นของชาแต่ละชนิด ตั้งแต่วิธีผลิต รสชาติ ไปจนถึงชาจีนยอดนิยมที่สายชาควรลองสักครั้ง

Key Takeaways

  • ชาจีนหลัก ๆ แบ่งได้ 6 ประเภท ได้แก่ ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง ชาอู่หลง ชาแดง และชาดำ โดยแต่ละชนิดมีสี กลิ่น และรสชาติแตกต่างกันตามกรรมวิธีการผลิต
  • ความต่างของชาไม่ได้อยู่แค่สายพันธุ์ แต่ยังขึ้นอยู่กับการผึ่ง นวด ออกซิเดชัน คั่ว และการบ่ม จึงทำให้ชาแต่ละประเภทมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ตั้งแต่รสเบาสดชื่นไปจนถึงเข้มและนุ่มลึก
  • ชาจีนมีโพลีฟีนอลและคาเฟอีนตามธรรมชาติ แต่ปริมาณคาเฟอีนในแต่ละแก้วไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับใบชา ปริมาณที่ใช้ อุณหภูมิ และระยะเวลาในการชง
  • มือใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากชาที่ดีที่สุด แต่ควรเลือกจากรสที่ชอบ เช่น ชาขาวหรือชาเขียวสำหรับสายรสเบา ชาอู่หลงสำหรับคนชอบกลิ่นหอม หรือชาแดงและชาดำสำหรับคนที่ชอบรสเข้มขึ้น

สารบัญบทความ

  • สรรพคุณของชาจีนที่หลายคนอาจยังไม่รู้
  • กรรมวิธีการผลิตชาจีนมีกระบวนการอย่างไร? จากใบชาสู่ชาหลากประเภท
  • ชาจีน มีอะไรบ้าง ชวนดู 6 ชาจีนยอดนิยมที่น่าสนใจ
  • ชาจีนมีคาเฟอีนหรือไม่? ปริมาณแตกต่างกันอย่างไร
  • [สรุปเนื้อหา] ชาจีน มีอะไรบ้าง สรุปให้ครบก่อนไปหาดื่มที่ Paradise Park
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชาจีน มีอะไรบ้าง

สรรพคุณของชาจีนที่หลายคนอาจยังไม่รู้ 

นอกจากกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ชาจีนยังมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ รวมถึงคาเฟอีนที่ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและความสดชื่นระหว่างวัน โดยปริมาณคาเฟอีนจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของชา ส่วนของใบที่นำมาใช้ และวิธีการชง

ชาจีนบางชนิดยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับดื่มหลังมื้ออาหารหรือระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อเลือกดื่มแบบไม่เติมน้ำตาล อย่างไรก็ตาม หากต้องการดูแลน้ำหนักหรือสุขภาพโดยรวม ควรให้ความสำคัญกับอาหาร การออกกำลังกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไปด้วย

กรรมวิธีการผลิตชาจีนมีกระบวนการอย่างไร? จากใบชาสู่ชาหลากประเภท 

ทำไมชาแต่ละชนิดถึงมีทั้งสี กลิ่น และรสต่างกัน ทั้งที่เริ่มต้นจากใบชาเหมือนกัน? คำตอบอยู่ที่กรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่การเก็บใบชา ผึ่งให้คลายความชื้น นวดหรือเขย่าใบชา ไปจนถึงการควบคุมระดับออกซิเดชัน ก่อนนำไปอบหรือคั่วให้ได้กลิ่นและรสตามเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิด

ความแตกต่างในแต่ละขั้นตอนนี่เองที่ทำให้เกิดชาจีนหลากหลายประเภท ตั้งแต่ชารสเบาและหอมสดชื่น ไปจนถึงชารสเข้มและมีกลิ่นคั่วชัด โดยหลายเทคนิคยังสืบทอดมาจากภูมิปัญญาการทำชาของจีนที่พัฒนาต่อเนื่องมาหลายร้อยปี

“สาระดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด Chagee ราคาเท่าไหร่ อัปเดตเมนูและราคาล่าสุด”

ชาจีน มีอะไรบ้าง ชวนดู 6 ชาจีนยอดนิยมที่น่าสนใจ 

ชาจีนโบราณมีอะไรบ้าง

ชาจีนมีอะไรบ้างและแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ความจริงแล้วชาจีนแบ่งได้หลัก ๆ 6 ประเภทตามระดับการหมัก ซึ่งส่งผลต่อกลิ่น รสชาติ และคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้เป็น 6 ประเภทชาจีนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

ประเภทชาจีน

ระดับการออกซิเดชัน

เอกลักษณ์กลิ่นและรสชาติ

ระดับคาเฟอีน

ชาเขียว

ต่ำ 

กลิ่นสดชื่น รสธรรมชาติ บางชนิดหอมคล้ายถั่วคั่ว 

ปานกลาง 

ชาขาว

ต่ำมาก 

กลิ่นหอมบาง รสหวานละมุน 

ต่ำ–ปานกลาง 

ชาเหลือง

ต่ำ–ปานกลาง 

น้ำชาสีเหลืองทอง รสนุ่ม กลิ่นละมุน 

ปานกลาง 

ชาอู่หลง 

ปานกลาง 

หลากหลายตั้งแต่หอมดอกไม้ถึงกลิ่นคั่วเข้ม 

ปานกลาง 

ชาแดง 

สูง 

รสเข้ม กลิ่นคล้ายมอลต์ น้ำผึ้ง หรือผลไม้ 

ปานกลาง-สูง 

ชาดำ 

หลังการผลิตมีการบ่ม/เปลี่ยนแปลงโดยจุลินทรีย์ 

รสนุ่มลึก กลิ่นเฉพาะตัว 

ปานกลาง 

ชาเขียว (Green Tea)

ชาเขียวเป็นชาที่ผ่านการออกซิเดชันน้อย หลังเก็บใบชาจะนำไปให้ความร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อคงสีเขียว กลิ่นสดชื่น และรสชาติธรรมชาติเอาไว้ หนึ่งในชนิดที่โด่งดังคือชาหลงจิ่งจากหางโจว ซึ่งมีจุดเด่นที่กลิ่นหอมละมุนคล้ายถั่วคั่วและรสเบาดื่มง่าย 

“ดื่มชาเขียวทุกวัน แต่รู้ไหมว่าคาเฟอีนในชาเขียว มีมากแค่ไหน? Paradise Park ขอชวนเช็กปริมาณก่อนเลือกดื่มให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ” 

ชาขาว (White Tea)

ชาขาวผลิตจากยอดอ่อนของใบชาที่มีขนสีขาวปกคลุม ผ่านกระบวนการน้อย เน้นการผึ่งและทำให้ใบชาแห้งอย่างเป็นธรรมชาติ จึงได้กลิ่นหอมบาง ๆ และรสหวานละมุน โดยแหล่งผลิตสำคัญอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักชาจีน 

ชาเหลือง (Yellow Tea)

ชาเหลืองเป็นชาจีนที่พบได้ไม่บ่อย และมีวิธีผลิตคล้ายชาเขียว แต่เพิ่มขั้นตอนที่เรียกว่าการทำให้ใบชาเหลือง เพื่อพัฒนากลิ่นและลดความฝาด จึงได้น้ำชาสีเหลืองทอง รสนุ่ม และกลิ่นละมุน ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันจึงมีปริมาณผลิตค่อนข้างน้อย

ชาอู่หลง (Oolong Tea)

ชาอู่หลงอยู่กึ่งกลางระหว่างชาเขียวกับชาแดง เพราะผ่านการออกซิเดชันเพียงบางส่วน จึงมีรสและกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่หอมดอกไม้ไปจนถึงกลิ่นคั่วเข้ม ๆ ตัวอย่างที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อคือ เถี่ยกวนอิน ที่หอมละมุน และ ต้าหงเผา จากภูเขาอู่อี๋ที่โดดเด่นด้วยรสเข้มและกลิ่นคั่วเป็นเอกลักษณ์

ชาแดง (Red Tea)

ชาแดง หรือที่ฝั่งตะวันตกเรียกว่า Black Tea เป็นชาที่ผ่านการออกซิเดชันค่อนข้างเต็มที่ จึงได้ใบชาสีเข้มและน้ำชาสีแดงอมทอง รสชาติจะเข้มและมีมิติมากขึ้น บางชนิดมีกลิ่นคล้ายมอลต์ น้ำผึ้ง หรือผลไม้ เหมาะกับคนที่ชอบชารสชัดแต่ยังดื่มง่าย

ชาดำ (Dark Tea)

ชาดำจีน หรือเฮยฉา (Hei Cha) ต่างจากชาแดงตรงที่มีขั้นตอนการบ่มและการเปลี่ยนแปลงจากจุลินทรีย์หลังการผลิต ทำให้รสนุ่มลึกและมีกลิ่นเฉพาะตัว หนึ่งในชาที่รู้จักกันดีคือชาผู่เอ๋อร์จากมณฑลยูนนาน ซึ่งมีทั้งแบบที่พัฒนารสชาติตามการเก็บบ่มและแบบที่ผ่านกระบวนการเร่งการหมักให้ได้รสเข้มเร็วขึ้น

นอกจากชาจีนดั้งเดิมทั้ง 6 ประเภทนี้ ปัจจุบันยังมีการนำชาจีนไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมจีนหรือแม้แต่ชาที่มีกลิ่นหอมพิเศษเฉพาะตัวอย่างชาจีนหอมหมื่นลี้ ให้เลือกดื่มได้หลากหลายมากขึ้นตามยุคสมัย

ชาจีนมีคาเฟอีนหรือไม่? ปริมาณแตกต่างกันอย่างไร 

ชาจีนทุกชนิดมีคาเฟอีน เนื่องจากผลิตจากใบของต้นชา Camellia sinensis เพียงแต่ปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันตามสายพันธุ์ของชา ปริมาณใบชาที่ใช้ และกรรมวิธีการผลิต โดยเฉพาะระดับการออกซิเดชัน รวมถึงอุณหภูมิและระยะเวลาในการชง จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่าชาประเภทใดจะมีคาเฟอีนมากหรือน้อยกว่าเสมอไป

“ใครที่ไวต่อคาเฟอีนหรือนอนหลับยาก ลองเช็กก่อนว่าในแต่ละวันเราได้รับคาเฟอีนจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นมากแค่ไหน พร้อมทำความเข้าใจว่าคาเฟอีนต่อวัน ควรอยู่ในปริมาณเท่าไร”

ชาจีน มีอะไรบ้าง สรุปให้ครบก่อนไปดื่มที่ Paradise Park 

ชาจีนมีให้เลือกหลากหลายกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง ชาอู่หลง ชาแดง ไปจนถึงชาดำ ซึ่งแต่ละชนิดผ่านกรรมวิธีที่แตกต่างกัน จึงให้ทั้งกลิ่น รสชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากเพิ่งเริ่มดื่มชา อาจเริ่มจากรสชาติที่ตัวเองชอบก่อน แล้วค่อยลองชาแบบอื่น ๆ เพื่อค้นหาสไตล์ที่ถูกใจมากขึ้น

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งจิบชาระหว่างวัน Paradise Park ย่านศรีนครินทร์ก็มีร้านเครื่องดื่มให้เลือกหลายสไตล์ รวมถึง CHAGEE ชั้น G ที่มีเมนูชาหลากหลายให้ลองเลือกตามความชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตอบโจทย์แนวคิด Health & Wellness และ “LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี”

ส่วนใครที่อยากซื้อกลับไปชงดื่มเองที่บ้าน ก็สามารถแวะเลือกใบชาจีนอบแห้ง วัตถุดิบสำหรับชงชา รวมถึงอาหารจีนเพื่อสุขภาพได้ที่ Villa Market และตลาดเสรีมาร์เก็ต บริเวณชั้น G นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Directory ของ Paradise Park

เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีเหลือง ลงสถานีสวนหลวง ร.9 ทางออก 2 หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็มีพื้นที่จอดรถรองรับ ไม่ว่าจะมาแวะจิบชา เลือกซื้อของกลับบ้าน หรือใช้เวลาสบาย ๆ กับครอบครัวและเพื่อน ก็ทำได้ครบในที่เดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชาจีน มีอะไรบ้าง

ชาจีนชนิดไหนเหมาะสำหรับมือใหม่?

สำหรับผู้เริ่มดื่ม แนะนำชาขาวหรือชาเขียว เพราะรสชาติละมุน ไม่ขมฝาดจนเกินไป และผ่านกรรมวิธีที่เบาที่สุดในบรรดาประเภทชาจีนทั้งหมด เหมาะแก่การทำความรู้จักชาจีนมีอะไรบ้างในเบื้องต้น 

ชาจีนเก็บได้นานไหม?

ใบชาจีนสามารถเก็บได้นานหากเก็บในภาชนะปิดสนิท พ้นแสงแดดและความชื้น โดยทั่วไปชาเขียวและชาขาวควรดื่มให้หมดภายใน 1 ปีเพื่อความสดใหม่ ส่วนชาที่ผ่านการหมักบ่มอย่างชาผู่เอ๋อร์กลับยิ่งเก็บนานยิ่งมีรสชาติดีขึ้น 

ควรดื่มชาจีนตอนไหน?

ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยย่อยและไม่รบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่างหรือก่อนนอน และการรู้วิธีชงชาจีนที่ถูกต้อง เช่น อุณหภูมิน้ำและระยะเวลาชง ก็ช่วยให้ได้รสชาติและประโยชน์เต็มที่ยิ่งขึ้น 

ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ดื่มชาจีนทุกวันได้ไหม?

ดื่มได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ควรระวังคาเฟอีนและการดื่มชาพร้อมอาหารหรือยาบางชนิด เพราะสารในชาอย่างโพลิฟีนอล (Polyphenols) และแทนนิน (Tannins) อาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กหรือมีปฏิกิริยากับยาบางประเภท หากมีโรคประจำตัวหรือทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ

ชาจีนใบชงสดกับชาบรรจุขวด แบบไหนดีกว่าต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

แนะนำเป็นใบชาชงสดหรือชาซองไม่เติมน้ำตาล เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะเลือกความเข้มและความหวานได้เอง ส่วนชาบรรจุขวดควรดูฉลากให้ดี โดยเฉพาะปริมาณน้ำตาลและส่วนผสมเพิ่มเติมก่อนเลือกดื่ม

ดื่มชาจีนช่วยล้างไขมันในเลือดหรือลดความอ้วนได้จริงไหม ควรดื่มชาชนิดไหน?

ชาจีนบางชนิด เช่น ชาเขียว และชาอู่หลง มีสารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าดื่มแล้วช่วย "ล้างไขมันในเลือด" หรือลดความอ้วนได้โดยตรง ควรดื่มควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจึงจะเห็นผลชัดเจนขึ้น