ชาจีนมีอะไรบ้าง? เจาะลึก 6 ประเภทชาจีน คาเฟอีน และประโยชน์
ชาจีนเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมการดื่มชามายาวนาน และมีเสน่ห์ตรงที่แต่ละชนิดให้ทั้งกลิ่น รส และสีของน้ำชาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ใบชา กรรมวิธีการผลิต และระดับการออกซิเดชัน จึงทำให้โลกของชาจีนมีความหลากหลายกว่าที่หลายคนคิด
บทความนี้ Paradise Park จะพาไปรู้จักว่า ชาจีนมีอะไรบ้าง มีกี่ประเภท พร้อมทำความเข้าใจจุดเด่นของชาแต่ละชนิด ตั้งแต่วิธีผลิต รสชาติ ไปจนถึงชาจีนยอดนิยมที่สายชาควรลองสักครั้ง
Key Takeaways
- ชาจีนหลัก ๆ แบ่งได้ 6 ประเภท ได้แก่ ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง ชาอู่หลง ชาแดง และชาดำ โดยแต่ละชนิดมีสี กลิ่น และรสชาติแตกต่างกันตามกรรมวิธีการผลิต
- ความต่างของชาไม่ได้อยู่แค่สายพันธุ์ แต่ยังขึ้นอยู่กับการผึ่ง นวด ออกซิเดชัน คั่ว และการบ่ม จึงทำให้ชาแต่ละประเภทมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ตั้งแต่รสเบาสดชื่นไปจนถึงเข้มและนุ่มลึก
- ชาจีนมีโพลีฟีนอลและคาเฟอีนตามธรรมชาติ แต่ปริมาณคาเฟอีนในแต่ละแก้วไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับใบชา ปริมาณที่ใช้ อุณหภูมิ และระยะเวลาในการชง
- มือใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากชาที่ดีที่สุด แต่ควรเลือกจากรสที่ชอบ เช่น ชาขาวหรือชาเขียวสำหรับสายรสเบา ชาอู่หลงสำหรับคนชอบกลิ่นหอม หรือชาแดงและชาดำสำหรับคนที่ชอบรสเข้มขึ้น
สารบัญบทความ
- สรรพคุณของชาจีนที่หลายคนอาจยังไม่รู้
- กรรมวิธีการผลิตชาจีนมีกระบวนการอย่างไร? จากใบชาสู่ชาหลากประเภท
- ชาจีน มีอะไรบ้าง ชวนดู 6 ชาจีนยอดนิยมที่น่าสนใจ
- ชาจีนมีคาเฟอีนหรือไม่? ปริมาณแตกต่างกันอย่างไร
- [สรุปเนื้อหา] ชาจีน มีอะไรบ้าง สรุปให้ครบก่อนไปหาดื่มที่ Paradise Park
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชาจีน มีอะไรบ้าง
สรรพคุณของชาจีนที่หลายคนอาจยังไม่รู้
นอกจากกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ชาจีนยังมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ รวมถึงคาเฟอีนที่ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและความสดชื่นระหว่างวัน โดยปริมาณคาเฟอีนจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของชา ส่วนของใบที่นำมาใช้ และวิธีการชง
ชาจีนบางชนิดยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับดื่มหลังมื้ออาหารหรือระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อเลือกดื่มแบบไม่เติมน้ำตาล อย่างไรก็ตาม หากต้องการดูแลน้ำหนักหรือสุขภาพโดยรวม ควรให้ความสำคัญกับอาหาร การออกกำลังกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไปด้วย
กรรมวิธีการผลิตชาจีนมีกระบวนการอย่างไร? จากใบชาสู่ชาหลากประเภท
ทำไมชาแต่ละชนิดถึงมีทั้งสี กลิ่น และรสต่างกัน ทั้งที่เริ่มต้นจากใบชาเหมือนกัน? คำตอบอยู่ที่กรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่การเก็บใบชา ผึ่งให้คลายความชื้น นวดหรือเขย่าใบชา ไปจนถึงการควบคุมระดับออกซิเดชัน ก่อนนำไปอบหรือคั่วให้ได้กลิ่นและรสตามเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิด
ความแตกต่างในแต่ละขั้นตอนนี่เองที่ทำให้เกิดชาจีนหลากหลายประเภท ตั้งแต่ชารสเบาและหอมสดชื่น ไปจนถึงชารสเข้มและมีกลิ่นคั่วชัด โดยหลายเทคนิคยังสืบทอดมาจากภูมิปัญญาการทำชาของจีนที่พัฒนาต่อเนื่องมาหลายร้อยปี
“สาระดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด Chagee ราคาเท่าไหร่ อัปเดตเมนูและราคาล่าสุด”
ชาจีน มีอะไรบ้าง ชวนดู 6 ชาจีนยอดนิยมที่น่าสนใจ

ชาจีนมีอะไรบ้างและแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ความจริงแล้วชาจีนแบ่งได้หลัก ๆ 6 ประเภทตามระดับการหมัก ซึ่งส่งผลต่อกลิ่น รสชาติ และคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้เป็น 6 ประเภทชาจีนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่
|
ประเภทชาจีน |
ระดับการออกซิเดชัน |
เอกลักษณ์กลิ่นและรสชาติ |
ระดับคาเฟอีน |
|
ชาเขียว |
ต่ำ |
กลิ่นสดชื่น รสธรรมชาติ บางชนิดหอมคล้ายถั่วคั่ว |
ปานกลาง |
|
ชาขาว |
ต่ำมาก |
กลิ่นหอมบาง รสหวานละมุน |
ต่ำ–ปานกลาง |
|
ชาเหลือง |
ต่ำ–ปานกลาง |
น้ำชาสีเหลืองทอง รสนุ่ม กลิ่นละมุน |
ปานกลาง |
|
ชาอู่หลง |
ปานกลาง |
หลากหลายตั้งแต่หอมดอกไม้ถึงกลิ่นคั่วเข้ม |
ปานกลาง |
|
ชาแดง |
สูง |
รสเข้ม กลิ่นคล้ายมอลต์ น้ำผึ้ง หรือผลไม้ |
ปานกลาง-สูง |
|
ชาดำ |
หลังการผลิตมีการบ่ม/เปลี่ยนแปลงโดยจุลินทรีย์ |
รสนุ่มลึก กลิ่นเฉพาะตัว |
ปานกลาง |
ชาเขียว (Green Tea)
ชาเขียวเป็นชาที่ผ่านการออกซิเดชันน้อย หลังเก็บใบชาจะนำไปให้ความร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อคงสีเขียว กลิ่นสดชื่น และรสชาติธรรมชาติเอาไว้ หนึ่งในชนิดที่โด่งดังคือชาหลงจิ่งจากหางโจว ซึ่งมีจุดเด่นที่กลิ่นหอมละมุนคล้ายถั่วคั่วและรสเบาดื่มง่าย
“ดื่มชาเขียวทุกวัน แต่รู้ไหมว่าคาเฟอีนในชาเขียว มีมากแค่ไหน? Paradise Park ขอชวนเช็กปริมาณก่อนเลือกดื่มให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ”
ชาขาว (White Tea)
ชาขาวผลิตจากยอดอ่อนของใบชาที่มีขนสีขาวปกคลุม ผ่านกระบวนการน้อย เน้นการผึ่งและทำให้ใบชาแห้งอย่างเป็นธรรมชาติ จึงได้กลิ่นหอมบาง ๆ และรสหวานละมุน โดยแหล่งผลิตสำคัญอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักชาจีน
ชาเหลือง (Yellow Tea)
ชาเหลืองเป็นชาจีนที่พบได้ไม่บ่อย และมีวิธีผลิตคล้ายชาเขียว แต่เพิ่มขั้นตอนที่เรียกว่าการทำให้ใบชาเหลือง เพื่อพัฒนากลิ่นและลดความฝาด จึงได้น้ำชาสีเหลืองทอง รสนุ่ม และกลิ่นละมุน ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันจึงมีปริมาณผลิตค่อนข้างน้อย
ชาอู่หลง (Oolong Tea)
ชาอู่หลงอยู่กึ่งกลางระหว่างชาเขียวกับชาแดง เพราะผ่านการออกซิเดชันเพียงบางส่วน จึงมีรสและกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่หอมดอกไม้ไปจนถึงกลิ่นคั่วเข้ม ๆ ตัวอย่างที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อคือ เถี่ยกวนอิน ที่หอมละมุน และ ต้าหงเผา จากภูเขาอู่อี๋ที่โดดเด่นด้วยรสเข้มและกลิ่นคั่วเป็นเอกลักษณ์
ชาแดง (Red Tea)
ชาแดง หรือที่ฝั่งตะวันตกเรียกว่า Black Tea เป็นชาที่ผ่านการออกซิเดชันค่อนข้างเต็มที่ จึงได้ใบชาสีเข้มและน้ำชาสีแดงอมทอง รสชาติจะเข้มและมีมิติมากขึ้น บางชนิดมีกลิ่นคล้ายมอลต์ น้ำผึ้ง หรือผลไม้ เหมาะกับคนที่ชอบชารสชัดแต่ยังดื่มง่าย
ชาดำ (Dark Tea)
ชาดำจีน หรือเฮยฉา (Hei Cha) ต่างจากชาแดงตรงที่มีขั้นตอนการบ่มและการเปลี่ยนแปลงจากจุลินทรีย์หลังการผลิต ทำให้รสนุ่มลึกและมีกลิ่นเฉพาะตัว หนึ่งในชาที่รู้จักกันดีคือชาผู่เอ๋อร์จากมณฑลยูนนาน ซึ่งมีทั้งแบบที่พัฒนารสชาติตามการเก็บบ่มและแบบที่ผ่านกระบวนการเร่งการหมักให้ได้รสเข้มเร็วขึ้น
นอกจากชาจีนดั้งเดิมทั้ง 6 ประเภทนี้ ปัจจุบันยังมีการนำชาจีนไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมจีนหรือแม้แต่ชาที่มีกลิ่นหอมพิเศษเฉพาะตัวอย่างชาจีนหอมหมื่นลี้ ให้เลือกดื่มได้หลากหลายมากขึ้นตามยุคสมัย
ชาจีนมีคาเฟอีนหรือไม่? ปริมาณแตกต่างกันอย่างไร
ชาจีนทุกชนิดมีคาเฟอีน เนื่องจากผลิตจากใบของต้นชา Camellia sinensis เพียงแต่ปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันตามสายพันธุ์ของชา ปริมาณใบชาที่ใช้ และกรรมวิธีการผลิต โดยเฉพาะระดับการออกซิเดชัน รวมถึงอุณหภูมิและระยะเวลาในการชง จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่าชาประเภทใดจะมีคาเฟอีนมากหรือน้อยกว่าเสมอไป
“ใครที่ไวต่อคาเฟอีนหรือนอนหลับยาก ลองเช็กก่อนว่าในแต่ละวันเราได้รับคาเฟอีนจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นมากแค่ไหน พร้อมทำความเข้าใจว่าคาเฟอีนต่อวัน ควรอยู่ในปริมาณเท่าไร”
ชาจีน มีอะไรบ้าง สรุปให้ครบก่อนไปดื่มที่ Paradise Park
ชาจีนมีให้เลือกหลากหลายกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง ชาอู่หลง ชาแดง ไปจนถึงชาดำ ซึ่งแต่ละชนิดผ่านกรรมวิธีที่แตกต่างกัน จึงให้ทั้งกลิ่น รสชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากเพิ่งเริ่มดื่มชา อาจเริ่มจากรสชาติที่ตัวเองชอบก่อน แล้วค่อยลองชาแบบอื่น ๆ เพื่อค้นหาสไตล์ที่ถูกใจมากขึ้น
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งจิบชาระหว่างวัน Paradise Park ย่านศรีนครินทร์ก็มีร้านเครื่องดื่มให้เลือกหลายสไตล์ รวมถึง CHAGEE ชั้น G ที่มีเมนูชาหลากหลายให้ลองเลือกตามความชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตอบโจทย์แนวคิด Health & Wellness และ “LIVING IN HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี”
ส่วนใครที่อยากซื้อกลับไปชงดื่มเองที่บ้าน ก็สามารถแวะเลือกใบชาจีนอบแห้ง วัตถุดิบสำหรับชงชา รวมถึงอาหารจีนเพื่อสุขภาพได้ที่ Villa Market และตลาดเสรีมาร์เก็ต บริเวณชั้น G นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Directory ของ Paradise Park
เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีเหลือง ลงสถานีสวนหลวง ร.9 ทางออก 2 หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็มีพื้นที่จอดรถรองรับ ไม่ว่าจะมาแวะจิบชา เลือกซื้อของกลับบ้าน หรือใช้เวลาสบาย ๆ กับครอบครัวและเพื่อน ก็ทำได้ครบในที่เดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชาจีน มีอะไรบ้าง
ชาจีนชนิดไหนเหมาะสำหรับมือใหม่?
สำหรับผู้เริ่มดื่ม แนะนำชาขาวหรือชาเขียว เพราะรสชาติละมุน ไม่ขมฝาดจนเกินไป และผ่านกรรมวิธีที่เบาที่สุดในบรรดาประเภทชาจีนทั้งหมด เหมาะแก่การทำความรู้จักชาจีนมีอะไรบ้างในเบื้องต้น
ชาจีนเก็บได้นานไหม?
ใบชาจีนสามารถเก็บได้นานหากเก็บในภาชนะปิดสนิท พ้นแสงแดดและความชื้น โดยทั่วไปชาเขียวและชาขาวควรดื่มให้หมดภายใน 1 ปีเพื่อความสดใหม่ ส่วนชาที่ผ่านการหมักบ่มอย่างชาผู่เอ๋อร์กลับยิ่งเก็บนานยิ่งมีรสชาติดีขึ้น
ควรดื่มชาจีนตอนไหน?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยย่อยและไม่รบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่างหรือก่อนนอน และการรู้วิธีชงชาจีนที่ถูกต้อง เช่น อุณหภูมิน้ำและระยะเวลาชง ก็ช่วยให้ได้รสชาติและประโยชน์เต็มที่ยิ่งขึ้น
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ดื่มชาจีนทุกวันได้ไหม?
ดื่มได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ควรระวังคาเฟอีนและการดื่มชาพร้อมอาหารหรือยาบางชนิด เพราะสารในชาอย่างโพลิฟีนอล (Polyphenols) และแทนนิน (Tannins) อาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กหรือมีปฏิกิริยากับยาบางประเภท หากมีโรคประจำตัวหรือทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ
ชาจีนใบชงสดกับชาบรรจุขวด แบบไหนดีกว่าต่อสุขภาพมากกว่ากัน?
แนะนำเป็นใบชาชงสดหรือชาซองไม่เติมน้ำตาล เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะเลือกความเข้มและความหวานได้เอง ส่วนชาบรรจุขวดควรดูฉลากให้ดี โดยเฉพาะปริมาณน้ำตาลและส่วนผสมเพิ่มเติมก่อนเลือกดื่ม
ดื่มชาจีนช่วยล้างไขมันในเลือดหรือลดความอ้วนได้จริงไหม ควรดื่มชาชนิดไหน?
ชาจีนบางชนิด เช่น ชาเขียว และชาอู่หลง มีสารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าดื่มแล้วช่วย "ล้างไขมันในเลือด" หรือลดความอ้วนได้โดยตรง ควรดื่มควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจึงจะเห็นผลชัดเจนขึ้น